ทุกครา แก้ว คงมั่น ชายชราวัย 69 ปี หยิบไวโอลีนเก่าแก่ อายุกว่า 50 ปี ขึ้นสีเล่นเป็นบทเพลง กังวานเสียงออกมา ทำให้เขารำลึกถึงอดีต เมื่อครั้งอายุได้ 15 ปีขึ้นทันมา คราวนั้น แก้ว ยังเป็นเด็กวัยรุ่น ที่เต็มไปด้วยความคึกคะนอง และกำลังแตกเนื้อหนุ่มพอดี
แก้ว พูดกับใครต่อใครเสมอมาว่า เขาหลงใหลเสียงดนตรีมาแต่ยังรุ่นๆ เมื่อครั้งที่อายุ 15 ปี เขาจากบ้านเกิดเมืองนอนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถวิลหาเสียงดนตรี ฉะนั้นแทบทุกครั้ง ที่มีเวทีเล่นในหมู่บ้าน เขามักจะเป็นแขกที่ไปชมทุกครั้งไป
ครั้งหนึ่งในขณะที่เขากำลังชมดนตรี สายตาเด็กหนุ่มสะดุดไปที่เครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ที่นักดนตรีกำลังเล่นอยู่มันมีเสียงนุ่มไพเราะและกังวาน เขาสอบถามจากผู้รู้ ทราบว่าเป็น ไวโอลิน จากนั้นมาเขา มีความคิดตามประสาเด็กหนุ่มว่าอยากจะเป็นเจ้าของเครื่องดนตรีชนิดมาเป็นของตัวเอง
ด้วยความที่ชื่นชอบจนถึงขนาดแทบคลั่งไคล้ที่อยากเป็นเจ้าของ แต่พอไปถามคนที่สันทัด กรณีในเรื่องของเครื่องดนตรี จึงทราบว่า เจ้าไวโอลินที่ว่านี้ราคาสูงถึง 3,000 บาททีเดียว นับเป็นเงินที่สูงมาก ในสมัยนั้น แต่ทั้งตัวมีเงินติดกระเป๋าเพียงแค่ 600 บาทในที่สุดเขากลับไปบ้านเพื่อไปขอเงินจากคุณพ่อ แต่ถูกปฏิเสธ
เมื่อสิ่งที่เขาอยากได้ แต่ถูกผู้เป็นพ่อปฏิเสธ เขาจึงใช้วิธีหยุดการทำงานบ้านทุกอย่าง เพื่อเป็นการประท้วง และให้พ่อใจอ่อน แต่ตรงกันข้ามสิ่งที่เขาได้รับ กลับเป็น 'ไม้เรียว' ที่หวดไปตามร่างกาย แต่แก้วหากลัวไม่ เขาอดทนดื้อมาตลอด จนวันหนึ่งคุณพ่อของเขา ใจอ่อน ยอมควักเงินอีก 2,400 บาท เพื่อให้เขาเป็นเจ้าของ 'ไวโอลิน' จนได้ เมื่อได้เงินแล้ว เขาไม่รอช้ารีบนำเงินไป ไปที่ร้านขายเครื่องดนตรีทันที ทั้งๆ ที่ขณะนั้น ยังเล่นไม่เป็น
แต่เพราะหาดใหญ่เป็นเมืองที่เจริญมาช้านาน มีนักดนตรีอาชีพ เล่นกันเป็นประจำทุกค่ำคืนตามวิก ตามสถานประกอบการบันเทิง แก้วจึงตัดสินใจให้นักดนตรีสอน 4 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 วันในระดับพื้นฐาน จากนั้นเขาพยายามเองมาตลอด ฝึกฝนไปเรื่อยๆ ทุกวัน โดยอาศัยหลัก 'ครูพักลักจำ' จากดนตรีที่มาเปิดเวทีเล่นดนตรีภายในหมู่บ้านและอำเภอ
ในที่สุดความชำนาญเป็นของแก้วจนได้ และหลังที่เขาเริ่มปีกกล้าขาแข็งแล้ว สามารถเล่นได้ทุกเพลงทุกจังหวะ จนกระทั่งวันหนึ่งจึงชวนเพื่อนตั้งวงดนตรีลูกทุ่งวชื่อ ลูกทุ่งชาโด รับจ้างเล่นตามหมู่บ้าน และอำเภอต่างๆ
กระทั่งปี 2517 ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยตกต่ำครอบครัวของแก้วจึงอพยพจากหาดใหญ่ หากินอยู่ที่จังหวัดลำปาง รับจ้างทำงานทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่แก้ว ไม่เคยลืมเวลาไปไหนต้องนำติดตัวเสมอคือ ไวโอลินตัวโปรดของเขา ทุกยามเย็นเมื่อเลิกจากงาน หรือเกิดอาการเครียดจากปัญหาที่รุมเร้ารวมทั้งเหนื่อยจากการทำงาน เขาจะหยิบไวโอลินขึ้นมาสี เพื่อผ่อนคลายอารมณ์
แม้ผมจะทำงานหนักมาแค่ไหน หรือมีปัญหามากมาย ผมจะใช้ไวโอลินช่วยทำให้จิตใจสงบลง ผมคิดเสมอว่า ถ้าคนเรามีดนตรีในหัวใจแล้วจะทำให้ความคิดความอ่านของคนเราเกิดความสว่างขึ้นมา ได้และปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไข เพราะการเล่นไวโอลิน ต้องใช้ประสาทสัมผัส เป็นเครื่องดนตรี ที่ไม่มีคอร์สเหมือนกีตาร์ทั่วไป ฉะนั้นคนที่เล่นไวโอลิน จะต้องมีระบบประสาทสัมผัสที่ดี สามารถจดจำ จังหวะของเพลงให้ได้ สติและสมาธิถือเป็นหัวใจสำคัญในการเล่นไวโอลิน แก้ว กล่าว เวลาผ่านไปสุขภาพ ของแก้วทรุดหนักลงจากการที่เขาสูบบุหรี่จัดจนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล หมอลงความเห็นว่า ต้อง ผ่าตัดหลอดลม เพื่อรักษาชีวิตไว้ เนื่องจากพิษภัยของบุหรี่ได้ทำลายหลอดลมจนพังยับเยิน แต่หากผ่าน ตัดกล่องเสียงจะไม่สามารถพูดได้เหมือนเดิม หากเป็นเช่นนั้น แก้วบอกกับตัวเองว่าจะกระทบต่อภาวะ ทางด้านจิตใจอย่างหนัก แต่ทางแพทย์ยืนยันว่า เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว เพราะจะช่วยให้เขา สามารถอยู่ได้ โดยไม่เสียชีวิตเหมือบกับผู้ป่วยถุงลมโป่งพองทั่วไป
ทุกครั้งที่แก้วตัดสินใจไม่ถูก ดนตรีเท่านั้นจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยให้เขาผ่อนคลาย ได้เหมือนทุกครั้งที่มีปัญหา แก้วหยิบไวโอลินขึ้นมาเล่นอีกครั้งหนึ่ง และเล่นไปเรื่อยๆ จนการผ่าตัดของแพทย์ผ่านไป วันนี้เขาเล่นไวโอลินทุกวัน จนจากเดิมคนที่เป็นป่วยอาการย่ำแย่ สภาพจิตใจทรุดโทรม กลับดีขึ้นตามลำดับ ทำให้เขาคิดว่า ดนตรีก็รักษาโรคได้เหมือนกัน ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แก้วมุ่งมั่นเล่นไวโอลินจนกว่าชีวิตจะสูญสิ้น และได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าเขาจะถ่ายทอดวิชาการเล่นไวโอลินให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อไม่ให้สูญหายไปพร้อมๆ กับเขา
ช่วงที่ผ่าตัดกล่องเสียง ผมยอมรับว่า รู้สึกท้อแท้และหมดหวังกับชีวิต ไม่คิดอยากจะทำอะไรต่อไป แต่หมอที่ผ่าตัดแนะนำว่า ลุงชอบอะไรก็ให้ทำสิ่งนั้น เพราะโรคนี้อยู่ไม่เกิน 4 ปีก็ตาย ผมหยิบไวโอลินมาเล่นเรื่อยๆ วันนี้ผมอายุ 69 ปีแล้ว ร่างกายยังแข็งแรง แต่เสียงพูดแหบแห้งเท่านั้น เขากล่าว
ด้วยความมุ่งมั่น แก้วจึงคิดว่า ควรจะประดิษฐ์หรือใช้อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวทำขึ้นมาเป็นไวโอลิน จึงนั่งคิดว่าเบื้องต้นมองไปที่กระป๋องนม และกระป๋องสี ดูแล้วไม่น่าจะทดทดแทนกันได้ เพราะเป็นอะลูมิเนียมเสียง ไม่เพราะ ไม่กังวาน
ในที่สุดเขาตัดสินใจนำกระบอกไม้ไผ่มาทดลองทำดู ปรากฏว่า เสียงใกล้เคียงกับไวโอลินจริง จากนั้นได้นั่งคิดค้นและดัดแปลงรูปแบบให้เหมือนกับของจริงมากที่สุด พอทำเสร็จสามารถนำมาทดลองสีเพลงต่างๆ จากไวโอลินจริง แล้วมาสี ไวโอลินไม้ไผ่ พบว่า มีความกังวานใช้ได้ ไม่บาดหู เสียงใส และไพเราะมาก
ไวโอลินไม้ไผ่ตัวแรกที่แก้วประดิษฐ์ให้เพื่อน ใช้เวลาประดิษฐ์ 6 เดือน เพราะขั้นตอนต่างๆ มีความละเอียดอ่อนมาก หากทำผิดช่วงใดช่วงหนึ่งจะทำให้เสียงแหลมบาดหู ไม่เพราะ พอทำเสร็จแล้ว พรรคพวกได้แนะนำว่า น่าจะลองเอาไปเล่นตามงานต่างๆ ในจังหวัด เพื่อเป็นการแนะนำเครื่องดนตรีไวโอลิน ทำด้วยไม้ไผ่ ชาวบ้านจะได้นำไม้ไผ่ขายแล้วเราเอง ควรถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่นบ้าน
ต่อมาแก้ว จึงประดิษฐ์ไวโอลินไม้ไผ่ขึ้นอีก 1 ตัว แล้วนำไปเล่นงานต่างๆ ปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดแนะนำว่า ให้นำมาเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของจังหวัดลำปาง เพราะรูปแบบมีความแปลกใหม่น่าสนใจ และเจ้าหน้าที่ให้แง่คิดเพิ่มเติมอีกว่า ควรจะนำประสบการณ์ความรู้ความสามารถทั้งทางด้านการเล่นไวโอลิน และประดิษฐ์ไวโอลินไม้ไผ่ ไปถ่ายทอดให้กับคนอื่น โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อไม่ให้สูญหายไป เพราะเป็นมรดกที่สำคัญ เนื่องจากหาบุคคลที่ทำแบบนี้ยากไม่ง่ายนัก
จากแนวคิดดังกล่าว ทำให้แก้วมุ่งมั่นประดิษฐ์ไวโอลินไม้ไผ่ ส่วนหนึ่งทำขึ้นมาเพื่อจำหน่าย เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ในขณะเดียวกัน เพื่อต้องการถ่ายทอดวิชาที่สั่งสมมากว่า 50 ปีให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่สนใจในการเรียนเครื่องดนตรีไวโอลินด้วย
ทุกวันนี้แก้วได้เปิดสอนที่บ้านเลขที่ 131 ถ.เจริญประเทศ ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง มีลูกศิษย์ที่มาเรียน การเล่นเครื่องดนตรีไวโอลินเบื้องต้น 3 คนโดย เป็นเด็กอายุระหว่าง 8-15 ปี และใช้เวลาว่างประดิษฐ์ไวโอลินไม้ไผ่ขายด้วย
จากไวโอลินตัวแรกใช้เวลาในการทำนานถึง 6 เดือน แต่หลังจากที่คิดค้นดัดแปลงจนลงตัวก็ใช้เวลาในการทำแค่ 3 เดือน แล้วมา 1 ตัว 1 เดือนจนกระทั่งวันนี้ แก้วสามารถทำไวโอลินไม่ไผ่ 1 ชิ้นต่อ 1 วันเท่านั้น เพราะทุกอย่างลงตัว การทำไวโอลินไม่ไผ่ ไม่ยุ่งยากอีกแล้ว
สำหรับต้นทุนในการทำไวโอลินไม้ไผ่นั้น เริ่มตั้งแต่หาไม้ไผ่ กาวตราช้าง ลูกบิดกีตาร์ ยางแผ่น น้ำยาขัดเงา รวมทั้งสิ้น 500 บาท ขายในราคา 1,200 บาท หากต้องการเรียนรู้ในการเล่นไวโอลินจะคิดเพิ่มอีก 500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,700 บาท
การสอนนั้นวันเดียว 4 ชั่วโมง โดยจะสอนพื้นฐานการเล่นไวโอลินตั้งแต่วิธีการจับไปจนถึงขั้น การเล่นได้เลยแต่หลังจากวันนั้นหากคนใดยังไม่เข้าใจ หรือต้องการสอบถามวิธีการเล่นจะไม่มีการคิดเงิน โดย เฉพาะเด็กที่มีอายุระหว่าง 8-20 ปีจะถ่ายทอดการเล่นทุกอย่างไม่มีคำว่าหวงวิชาอย่างแน่นอน
ส่วนคนที่มีอายุมากจะถ่ายทอดให้เฉพาะพื้นฐานการเล่นให้เท่านั้น เพราะบุคคลกลุ่มนี้จะเรียน ไปเพื่อประดับความรู้แต่เด็กและเยาวชนนั้นจะต้องทุ่มเททั้งความรู้ความสามารถให้หมดทุกอย่างเพื่อ ที่จะให้วิชาที่เรียนไปนั้นซึมซับอยู่ในหัวสมองของเด็กเยาวชนเหล่านั้นตลอดไป ซึ่งถือเป็นคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเขาจากไปแล้ว ยังมีผู้ที่สืบทอดเพราะอย่างน้อยเด็ก 1,000 คน อาจมีบ้าง 1 คนที่มีใจรักในด้านนี้ ดังที่ว่า "คนที่สืบสานงานศิลปะด้านดนตรี เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไปในอนาคตก็เป็นมรดกที่ล้ำค่าอย่างที่สุดแล้ว"
ดูเหมือนง่าย แต่ทำแล้วไม่ง่าย
การทำไวโอลินไม่ไผ่ มีด้วยกัน 7-8 ขั้นตอน คือ เริ่มจากการหาไม้ไผ่ที่มีลำตรงหนาแล้วนำมา ตัดให้ได้ขนาดที่พอดีแล้วทำการขูดเอาเนื้อข้างในออก พอประมาณ
จากนั้นก็เจาะรูในส่วนท้ายของไม้ไผ่ด้านใดด้านหนึ่งเพื่อสำหรับใส่สายกีตาร์ แล้วปิดด้วยกาวตราช้างเสร็จ แล้วทำคันบาคอร์ดให้ได้ขนาดที่เหมาะสมกันยึดด้วยกาวให้แน่น ถึงจะเอาสายกีตาร์ไปผูกกับลูกบิคให้ตึงโดยรองสายกีตาร์ด้วยแผ่นไม้อัดให้ความสูง ที่ได้สัดส่วน แล้วปรับสายกีตาร์ให้ตึงได้สัดส่วนที่พอดี ขั้นตอนต่อมา ทำที่รองบ่า เพราะปกติไวโอลินจะมีที่รองบ่า แต่ไว้โอลินไม้ไผ่ จะต้องออกแบบให้แตกต่างจากของจริง โดยตัดไม้ไผ่เป็นวงกลมให้เหมาะสมกับลำตัวของไวโอลิน จากนั้นให้นำเอาแผ่นหนังสีดีมาปิดหัวท้ายไม้ไผ่แล้วนำไปยึดติดกับลำตัว
ตรงนี้หากผิวเผิน เหมือนกับง่าย แต่เวลาทำจริงต้องใช้เวลาออกแบบแรกถึง 2 เดือน เพราะหากนำมารองบ่าแล้วไม่ลงตัว ก็จะมีผลต่อการเล่น
ผ่านขั้นตอนนี้ เข้าสู่ขั้นตอนออกแบบคันชัก ซึ่งจะต้องวัดขนาดให้สุดมือของคน โดยใช้สายคัดเบ็ดที่มีขนาดเล็กที่สุดขึงไปมาให้ได้จำนวนมากพอจะสีกับสายกีตาร์ได้ ทั้งในการปรับสายคันชักนั้น จะต้องมีน็อตเป็นตัวปรับให้สายหย่อน หรือตึงตามความเหมาะสม
ขั้นตอนสุดท้ายให้นำมาทดลองเล่นดูว่ายังมีจุดไหนบกพร่อง หรือเสียงยังไม่กังวานหรือ เสียงแหลมบาดหูก็ปรับเปลี่ยนซ่อมแซมจนลงตัวก็ถือว่าการทำไวโอลินเสร็จสมบูรณ์