ซื้อเปียโนเก่าหรือใหม่ดี

เปียโนเก่าที่เสื่อมสภาพมีผลเสียอย่างไร ?
เปียที่ได้รับการซ่อมแซมแล้วหมายถึง

โดยส่วนใหญ่แล้วเปียโน ที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 20 ปีขึ้นไป ได้ถือว่าเป็นเปียโนที่พ้นสภาพการเป็นเปียโนที่ดีไปแล้ว และ จะไม่ได้มาตรฐานในการเล่นและการเรียน
เปียโนเก่าส่วนมากไม่เหมาะสมที่จะซ่อมให้ดีดังเดิมทั้งหมดเนื่องจาก อะไหล่ และค่าซ่อมมีราคาสูงมากและยากที่จะทำให้มีสภาพดีดังเดิมรายละเอียดต่อไปนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อตระหนักถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่จากการซื้อเปียโนเก่าได้มากขึ้น
ชิ้นส่วนของกลไกเปียโน
วัสดุที่ใช้ทำกลไกเปียโนมีองค์ประกอบหลักใหญ่ ๆ คือ ไม้สักหลาด (ขนแกะ) และ หนังสัตว์วัสดุเหล่านี้จะเริ่มเสื่อมสภาพ หลังจากการใช้งานมา 20 ปี ภายในเปียโนแต่ละหลังประกอบไปด้วยชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวมากกว่า 10,000 ชิ้น ดังนั้นการซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญมาก จึงจะสามารถนำเปียโนมาเล่นให้เกิดความพึงพอใจ
สายเปียโนที่มีสนิม
สะนิมจะทำให้การสั่นสะเทือนของสายไม่ดี เสียงไม่มีพลังและมีแนวโน้มที่จะขาดเมื่อปรับระดับเสียง ให้อยู่ในระดับมาตรฐาน สนิมจะกระจายออกไปยังชิ้นส่วนอื่นๆ ของเปียโน เปียโนจะไม่อยู่ในสภาพที่จะปรับเสียงให้อยู่คงที่ได้ ระดับเสียงจะไม่สามารถปรับให้ถูกต้องตามมาตรฐานได้ ซึ่งมีผลกระทบกับการฟังของนักเรียน
คีย์ไม่เสมอกัน
คีย์บอร์ดมีระดับไม่เสมอกัน บางคีย์สูง บางคีย์ต่ำ การพัฒนานิ้วมือของนักเรียนจะไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจาก คีย์บอร์ดไม่เสมอกัน
 ส่วนต่าง ๆ และ ข้อต่อหลุดออกจากกัน
เนื่องจากอายุของเปียโนถูกใช้งานมานานกาวที่ใช้ในการปรกบไม้ และชิ้นส่วนอื่น ๆ ให้เข้ากัน เสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการแตกร้าวได้ ไม้ที่บิดหรืองอเป็นเหตุของการแตกร้าว ค่าซ่อมมีราคาสูง
ใต็คีย์บอร์ดมียาฆ่าแมลงและสารเคมีที่มีพิษซ่อนอยู่
เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในครอบครัว เปียโนเก่าบางหลังอาจไม่พบยาฆ่าแมลงแต่จะพบสิ่งที่น่าขยะแขยงหรือตัวหนอนปรากฎอยู่ใต้คีย์บอร์ดและจะมีแมลงกินผ้าสักหลาดอาศัยอยู่ในสักหลาดรองคีย์บอร์ด และจะค่อย ๆ กินสักหลาดจนหมด แมลงและหนอนจะกินสักหลาดรองคีย์บอร์ดจนเสียซึ่งมีผลต่อการสัมผัสคีย์บอร์ด และเทคนิคการเล่น ทำให้ผู้เล่นเสียสุขภาพจิต
มีรอยแตกร้าวตามตัวเปียโน
บ่อยครั้งที่ลูกค้าไม่ได้สังเกตหรือตรวจตราสถาพภายนอกของเปียโนเนื่องจากเปียโนเหล่านี้ได้ถูกซ่อมสีในส่วนที่มีตำหนิ เปียโนได้ถูกสร้างขึ้นให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ในแต่ละสถานที่ และไม่สามารถที่จะปรับสภาพให้ทนต่อสภาวะอากาศที่มีความชื้นสูง ซึ่งจะทำให้มีชิ้นส่วนต่างๆ แตกหักได้ เป็นการเสี่ยงต่อการที่ส่วนประกอบที่เป็นไม้ของเปียโน ทั้งภายในและภายนอกอาจบิดงอได้ ให้คุณภาพของเสียงที่ไม่ดี เป็นอุปสรรคต่อนักเรียนได้
ฆ้อนสักหลาด HAMMER
(ก) ฆ้อนสักหลาดถูกใช้จนหัวฆ้อนสึกและหมดสภาพ (ข) สักหลาดที่หัวฆ้อน (HAMMER FELT) เสื่อมโทรม นักเรียนจะได้รับผลกระทบจากเสียงที่หยาบและคุณภาพเสียงที่ลดต่ำลง เนื่องจากสภาพของหัวฆ้อนสักหลาดที่แข็งและมีร่องลึก สมรรถนะในการฟังเสียงของนักเรียนจะไม่ได้รับการพัฒนา

ข้อควรระวัง การซื้อเปียโนที่ได้รับการซ่อมแซมแล้วเป็นการเสียงอย่างใหญ่หลวงเนื่องจากไม่มีความทนทานและไม่มีคุณภาพเพราะเปียโนเก่าเหล่านี้บางเครื่องก็พอใช้งานได้ บางเครื่องก็หมดสภาพแล้ว ผู้ซื้อจะต้องพิจารณาถึงการรับประกัน และบริการที่ไว้ใจได้จากช่างผู้ชำนาญงานด้วย และที่สำคัญ อัตราค่าซ่อมจะต้องแพงกว่าปกติ เนื่องจากอะไหล่ส่วนใหญ่หมดอายุการใช้งานแล้ว เปียโนเก่าเหล่านี้ตามความเป็นจริงได้ถูกผลิตขึ้นให้เหมาะกับอุณหภูมิที่แห้ง และเย็นของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น สถานที่เหมาะสมที่จะวางเปียโนเก่า คือในห้องที่ไม่มีความชื้น หรือไว้ในห้องแอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาร้ายแรงที่เกิดจากการทอดทิ้งเปียโนให้อยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น


วิธีการดูแลรักษาเปียโน

ทำไมการปรับเสียงจึงต้องกระทำในทันทีหลังจากที่ซื้อเปียโน ก่อนที่เปียโนของยามาฮ่าจะถูกส่งไปยังลูกค้า เปียโนจะได้รับการปรับเสียงและตรวจสอบทุกอย่างซ้ำอีกเื่อความสมบูรณ์ที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม สตริงของเปียโนต่างถูกขึงให้ตึง จึงมีโอกาสที่สตริงนั้นจะคลายตัวทำให้โทนเสียงเปลี่ยนไป ดับนั้นในช่วงต้น ๆ จึงจำเป็นต้องมัการปรับเสียงของสตริงทุกเส้นเป็นระยะ ๆ เพื่อให้สตริงรักษาความตึงของมันได้อย่างมั่นคง ซึ่งควรกระทำประมาณปีละ 2-3 ครั้ง อย่างต่อเนื่องตลอดไป
ทำไมจึงต้องมีการปรับส่วนต่างๆ ของเปียโนเป็นระยะ ๆ เปียโนมีสตริงทั้งหมด 230 เส้น แต่ละเส้นต่างรับแรงดึงประมาณ 90 กิโลกรัม เมื่อรวมแรงดึงทั้งหมดแล้วจะมากกว่า 20 ตัน แรงดึงอันมหาศาลจำนวนนี้จะค่อย ๆ หย่อนลงทีละน้อย ทำให้เสียงของสตริงบางเส้นเปลี่ยนแปลงเสียงไปจากเดิม อีกทั้งการเคาะของ สักหลาดเป็นเวลานานจึงทำให้สตริงหย่อนไปเช่นกันในการบำรุงรักษาเปียโนที่ถูกต้องนั้น ควรจะมีการปรับเสียงและตรวจส่วนต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ (อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง) เพื่อให้โทนเสียกลับมาอยู่ในระดับเดิม การดูแลและปรับส่วนต่างๆของเปียโนยังช่วยให้มี อายุการใช้งานนานยิ่งขึ้นอีกด้วย
    การบำรุงรักษาเปียโนแบ่งออกเป็น
  1. การดูแลรักษาด้วยช่างจูนเปียดน
    1. การปรับเสียง (Tuning)
    2. การปรับและแก้ไขส่วนของ Action
    3. การปรับแต่งเสียง Voicing
  2. การดูแลรักษาด้วยตนเอง
การให้บริการของช่างจูนเปียโน 1. Tuning คืออะไร
เปียโนแต่ละตัวจะมีสตริงกำเนิดเสียงอยู่ประมาณ 230 เส้น และเสียงที่ได้จะต้องได้ระดับตามบันไดเสียงเรียงกันไป Tuning หมายถึง การปรับความตึงของสตริงแต่ละเส้นที่ให้เสียงที่ถูกต้องและได้มาตรฐานมากที่สุด และยังกลมกลืนเท่ากันทุกเส้น (แต่ละคีย์อาจมี 1 หรือ 2 หรือ 3 เส้น ) โดย การปรับความตึงของสตริงที่หมุดปรับเสียงด้วยเครื่องมือพิเศษเฉพาะของช่างจูนเปียโนที่ชำนาญเท่านั้น
2. Regulation คืออะไร
Action ของเปียโนประกอบไปด้วยกลไกต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน Regulation หมายถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับส่วนต่าง ๆ ให้เข้ากันได้อย่างดี เพื่อให้ Action ทำงานได้อย่างถูกต้องสม่ำเสมอ
3. Voicing คืออะไร
เสียงของเปียโนเกิดจากการสั่นของสตริงอาจมีลักษณะต่างกันไป เช่น เสียทุ้มให้เสียงไพเราะแต่ขาดความมีชีวิตชีวา หรือ เสียงเปียโนที่แข็งกร้าวเกินไป ก็จะไม่น่าฟัง ดัวนั้น Voicing คือการปรับความสมดุลของโทนเสียงให้อยู่ในระดับพอดีทำให้ไพเราะและมีชีวิตชีวา
การปรับความสมดุลของเสียงเป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญและเทคนิคพิเศษเฉพาะในการสำรวจความผิดปกติของส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเสียง ซึ่งมีหลายส่วนด้วยกัน แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ ขนาดของฆ้อน ได้ขนาดที่ถูกต้องและความหนาแน่นของสักหลาดจะต้องพิจารณาแต่ละตัวไป ในบางครั้งอาจต้องปรับรูปทรงของฆ้อนและความยืดหยุ่นของสักหลานดด้วย
การดูแลรักษาด้วยตนเอง 1. สถานที่ตั้งเปียโน
สถานที่ตั้งเปียโน ควรห่างจากผนัง 6-10 นิ้ว และมีความชื้น 60% และไม่น้อยกว่า 30 % อุณหภูมิ 60F - 90 F หรือ 15 C - 25 C 2. ระวังความชื้นในสถานที่ต่าง ๆ ดังนี้ การบำรุงรักษาประจำวัน
  1. ใช้ผ้านุ่ม ๆ สะอาดเช็ดฝุ่นที่จับอยู่ตามผิวเปียโน
  2. ใช้ผ้านุ่ม ๆ คลุมคีย์บอร์ดเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเกาะ ในการทำความสะอาดตัวคีย์บอร์ดให้ใช้ ผ้านุ่ม ๆ ชุบน้ำ ที่ผสมสบู่บิดพอหมาด ๆ เช็ดที่ตัวคีย์บอร์ด ข้อควรระวัง อย่าใช้แอลกอฮอล์ ทินเนอร์ หรือน้ำยาเคมี เป็นอันขาด เพราะคีย์บอร์ดอาจเกิดความเสียหายได้
  3. การบำรุงรักษาผิวที่ได้รับการขัดมัน การทำความสะอาดส่วนนี้สามารถทำได้ทุกเวลา แต่ควรใช้ขี้ผึ้งซิลิกอน หรือ ครีมสำหรับขัดเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น
  4. ควรหลีกเลียงการใช้เครื่องทำความสะอาดที่มีเคมีภัณฑ์อาจสร้างความเสียหายแก่ผิวของตัวเปียโนได้
  5. ควรตั้งเปียโนห่างจากบริเวณที่มีความชื้นสูง และความร้อนให้มากที่สุด (ความชื้น 50-70%) อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ดีที่สุดของเปียโน
  6. ไม่ควรให้ถูกละอองฝุ่น เพราะความชื้นไม่เพียงแต่จะมีผลต่อเสียงเท่านนั้น ยังมีผลเสียต่อส่วนอื่น ๆ อีกด้วยหรือถ้าได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรงอาจทำให้ผิวภายนอกของตัวเปียโนมีสีซีดลงไม่เงางามบางครั้งอาจทำให้ซาวด์บอร์ดแตกร้าวได้
  7. อย่าวางสิ่งของต่าง ๆ บนเปียโน
  8. ระวังความเสียหายจากแมลงและหนูกัดไม้
  9. ไม่ควรเคลื่อนย้ายเปียโนบ่อย
  10. ควรล้างมือก่อนเล่นทุกครั้ง